อู่รถเมล์เก่าที่ซอยสายหยุด

   แค่เอ่ยว่าเป็นอู่รถเมล์เก่า ความหลอนก็สามารถเข้าครอบงำเราได้ เพราะลองนึกภาพตามดูว่า รถเมล์ที่ถูกปลดประจำการ บางคันอาจเก่าและเสื่อมตามกาลเวลา บางคันอาจผ่านการประสบเหตุที่ไม่อยากจะคาดเดาเลยว่า เหตุครั้งนั้นมีใครต้องเสียชีวิตหรือไม่

ที่ซอยสายหยุดแห่งนี้ยังมีสถานที่ที่ถูกใช้เป็นจุดทิ้งรถประจำทาง รถโดยสารต่างๆ ที่ถูกชนหรือประสบอุบัติเหตุจนไม่สามารถใช้งานต่อได้ ซึ่งรถที่ถูกเอามาทิ้งแต่ละคัน ก็ต่างเจอประสบอุบัติเหตุขั้นรุนแรงมาทั้งนั้น และแน่นอนว่าส่วนใหญ่มักจะมีคนตายด้วย สำหรับเหตุการณ์ที่ช่วยหลอนสำหรับชาวบ้านในละแวกนั้นคือมีเสียงคนร้องโหยหวน คล้ายกับว่ากำลังเจ็บปวดทุกข์ทรมานดังขึ้น บางครั้งก็เห็นกลุ่มเงาที่มีลักษณะคล้ายคนจำนวนมากเดินไปมา ซึ่งหากเป็นคนที่อยู่พื้นที่แถวนั้น เพียงแค่พระอาทิตย์ตกดินก็จะไม่มีใครกล้าขับรถหรือเดินผ่านแล้ว เพราะขนาดกลางวันแสกๆสภาพบรรยากาศยังชวนขนลุกอย่างบอกไม่ถูก แถมยังมีเรื่องเล่าจากแท็กซี่ขาจรที่บังเอิญต้องขับรถผ่านสถานที่นั้น บางรายเล่าให้ฟังว่าพบเห็นคนมาโบกรถอยู่หน้าอู่ พอไปรับก็หายตัวไปซะดื้อๆ บางทีมีคนวิ่งตัดหน้ารถจนเกือบประสบอุบัติเหตุ แต่พอลงไปดูกลับไม่เห็นใคร แถมยังมีคนพบว่าไฟของรถในสุสานนั้นเปิดๆปิดๆเองอีกด้วย บางครั้งถึงขั้นเห็นคน สภาพเสื้อผ้าขาด มีเลือดเต็มตัว เดินไปขึ้นรถพังๆ และหายตัวไปซะเฉยๆ เห็นแบบนี้ใครที่กล้าท้าผีก็ลองไปดูนะ เผื่อจะได้เห็นใครสักคนนอนติดอยู่กับล้อรถเมล์ข้างใดข้างหนึ่งก็ได้

สุสานโสเภณี อดีตที่โหดร้ายของลูกผู้หญิง

  สุสานโสเภณีมักเป็นทางเลือกแรก สำหรับคนจิตแข็งที่มักจะไปลองของล้าท้าผีตามสถานที่ที่ขึ้นชื่อเรื่องความเฮี้ยนและมีอดีตอันน่าสยดสยอง แต่ถ้าหากมองในอีกแง่หนึ่งของความเป็นมนุษย์ที่มองว่า ครั้งหนึ่งวิยญาณที่ทุกคนเกรงกลัวในสุสานแห่งนั้น ก็เคยเป็นมนุษย์เดินดิน แต่พวกเธอต้องมาเลือกอาชีพเช่นนี้เพื่อเลี้ยงปากท้องตนเองและคนในครอบครัว ผู้หญิงบางคนอาจมีความสมัครใจแต่ก้มีไม่นอนที่พวกเธอถูกบังคับขู่เข็ญให้ทำอาชีพปรนเปรอแบบนี้อย่างไม่มีทางเลือก

สุสานแห่งนี้ เคยเป็นสถานบันเทิงเก่าแก่ที่เคยได้รับความนิยมมากในจังหวัดกาญจนบุรี ตั้งอยู่ที่ตำบลท่าล้อ ซอย 9 อำเภอท่าม่วง เปิดให้เป็นสถานที่บริการทางเพศให้ผู้ชายมาซื้อบริการ  ชาวบ้านแถวนั้นให้ข้อมูลว่า สถานที่นี้เปิดให้บริการแก่คนทุกระดับ ซึ่งมีตั้งแต่เจ้าของธุรกิจ ข้าราชการ จนถึงกรรมกรหาเช้ากินค่ำ ที่มีความต้องการอยากจะปลดปล่อยกับบรรดาสาวน้อยที่คอยให้บริการพวกเขา ณ ที่แห่งนี้ แน่นอนว่าแขกที่มาใช้บริการต่อวันมีจำนวนมากมายเมื่อเทียบกับจำนวนของสาวๆ ดังนั้นพวกเธอจึงไม่วันที่จะได้พักผ่อนเลย แม้แต่วันเดียว  หากเธอคนไหนมีอาการขัดขืน บ่น ประท้วงไม่ทำงานก็จะถูกทำโทษอย่างไร้ความปราณี เช่น ทุบตี ทำร้ายร่างกาย บางคนโดนซ้อมจนกระทั่งเสียชีวิตคาห้อง บางคนที่ทำงานมานานอาจจะติดโรคร้ายก็ถูกปล่อยทิ้งไว้ให้รอความตาย ไม่มีการพาไปหาหมอแต่อย่างใด และที่หนักที่สุดคือ บางรายที่เผลอตั้งท้องก็จะต้องถูกจับทำแท้งกันเอง ชนิดที่เรียกว่ารีดเด็กออกมาจากท้อง ถ้าสาวคนไหนทนไหวก็รอด แต่ส่วนใหญ่มักตกเลือดตายกันทั้งนั้น สำหรับเรื่องความลี้ลับก็มีมากมายเช่น เสียงร้องไห้แสดงความเจ็บปวดความทุกข์ทรมานของหญิงสาว เพราะวิญญาณทุกดวงที่นี่คงมีแต่ความทรงจำที่โหดร้ายหดหู่มากเมื่อครั้งมีชีวิตอยู่   จากจุดนี้ทำให้เรามองว่า มนุษย์ด้วยกันทำกับมนุษย์เพศหญิงได้อย่างไร ความป่าเถื่อน ความชั่วช้า เกิดขึ้นจากพวกเขาได้อย่างไร ก็หวังว่าคนเหล่านั้นจะต้องไปชดใช้ผลกรรมขอตัวเองที่เคยก่อไว้กับหญิงสาว และขอให้วิญญาณทุกดวง ณ สุสานโสเภณีจนเป็นสุขคติด้วยเถิด

ลัดดาแลนด์ ดินแดนหลอนจริงไม่ใช่แค่ในหนัง

  เชื่อว่าหลายๆคนคงได้มีโอกาสดูหนังลัดดาแลนด์ หนังผีที่โด่งดังและน่ากลัวมากเมื่อไม่กี่ปีมานี้  ซึ่งสถานที่ที่มีชื่อว่า หมู่บ้านลัดดาแลนด์นี้ เคยมีอยู่จริงเมื่อราว 30 กว่าปีที่แล้ว ที่จังหวัดเชียงใหม่  โดยในสมัยนั้น ลัดดาแลนด์คือสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ มีสวนหย่อมและพันธุ์ไม้แสดงสวยงาม ผู้คนมักจะนิยมไปเที่ยวกันมากมาย และที่ลัดดาแลนด์นั้น ก็มีหมู่บ้านที่สไตล์ค่อนข้างหรูหรา เหมาะกับบรรดาเศรษฐีที่ชื่อไว้เป็นบ้านพักตากอากาศในสมัยนั้น

  จากหมู่บ้านสุดหรู กลับกลายมาเป็นหมู่บ้านที่ไม่มีใครอยากจะอยู่ เรื่องมันเริ่มจากเหตุการณ์ที่ว่า มีบ้านหลังหนึ่งถูกโจรปล้นบ้านและฆ่าตายยกครัว แต่ทว่า วิญญาณของครอบครัวนั้นกลับไม่ไปไหน แต่วนเวียนปรากกหายให้เพื่อนบ้านได้เห็นกันบ่อยๆ บางครั้งก็ได้ยินเสียงร้องของความช่วยเหลือ บางครั้งก็ได้ยินเสียงหัวเราะ แต่ที่หนักที่สุดคือ บางคืนอาจได้เห็นสมาชิกทุกคนที่เคยอยู่ในบ้านหลังนี้ออกมารดน้ำต้นไม้ยามวิกาล   ทำให้เพื่อนบ้านทยอยย้ายออกไปจนเหลือบ้านที่มีคนอยู่อาศัยเพียงแค่ 3 หลังเท่านั้น   เรื่องราวความเฮี้ยนของลัดดาแลนด์ยังไม่จบ เมื่อมีเหตุการณ์อีกเหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้นกับบ้านของคนที่ยังไม่ย้ายไปไหน  บ้านหลังนั้นคือบ้านของเศรษฐีฝรั่งคนหนึ่งที่จะบินกลับมาจากบ้านเกิดตัวเองเฉพาะฤดูหนาวเท่านั้น ทำให้เขาต้องจ้างเด็กสาวชาวพม่าดูแลบ้าน แต่โชคร้าย เมื่อมีโจรมาปล้นบ้าน และฆ่าเด็กสาวหมกทิ้งไว้ที่ห้องเก็บของใต้บันได กว่าตำรวจจะหาศพเจอก็ผ่านไป 2 เดือนแล้ว ซึ่งสาเหตุที่ตำรวจและคนข้างบ้านรู้ว่าเกิดเหตุอะไรกับบ้านหลังนี้เกิดจากได้กลิ่นเหม็นโชยมาจากในบ้าน ทั้งๆที่เพื่อนบ้านยังเห็นสาวใช้พม่าทำความสะอาดบ้านและรดน้ำต้นไม้ปกติ แต่เมื่อพบว่าจริงว่าเด็กสาวตายไปนานแล้ว พวกเขาจึงรีบย้ายหนีออกไปจนหมด จึงปิดตำนานหมู่บ้านสุดหรู กลายเป็นสถานที่สุดเฮี้ยนที่ท้าให้คนมาลองดี

โรงงานร้างอุตสาหกรรมบางปู

  สถานที่สุดเฮี้ยนที่อยากแนะนำคือ โรงงานร้างอุตสาหกรรมบางปู ตั้งอยู่บริเวณสุดซอยที่ 2 ของย่านอุตสาหกรรมบางปู โดยเมื่อก่อน ที่นี่เคยเป็นโรงงานรองเท้ากิจการขนาดใหญ่ มีพนักงานมากมายแต่แล้วก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันเมื่อเครื่องปั้มลมที่เป็นเครื่องจักรสำคัญในการผลิตรองเท้าเกิดระเบิดขึ้น ทำให้เห่าบรรดาพนักงานที่อยู่บริเวณนั้นเสียชีวิตทันทีจากแรงระเบิดจำนวนหลายราย หลังจากนั้นมา บรรดาพนักงานที่เหลืออยู่ของโรงงานนี้ก็มักจะเจอกับเรื่องแปลกๆ เช่น เห็นคนที่เคยถูกอุบัติเหตุระเบิดที่เสียชีวิตไปแล้วกำลังทำงานอยู่ บ้างก็ได้ยินเสียงแว่วๆร้องขอความช่วยเหลือ จนทำให้พนักงานหลายรายไม่กล้ามาทำงานเพราะกลัวว่าจะเจอกับวิญญาณที่เคยตายที่นั่น ดังนั้นจึงค่อยๆทยอยลาออก แม้จะรับสมัครพนักงานใหม่แต่ก็ไม่มีใครกล้ามาสมัคร เพราะต้องมีกะตอนกลางคืน ส่วนใครที่เผลอมาทำงานก็เป็นต้องเจอดีทุกราย ในที่สุดโรงงานก็พบกับวิกฤติเนื่องจากพนักงานมีไม่เพียงพอ ทำให้ไม่สามารถผลิตงานต่อไปได้ เหตุนี้เจ้าของโรงงานจึงจำเป็นต้องหยุดกิจการ และเขาก็ตัดสินใจฆ่าตัวตายที่ห้องทำงานชั้นสองของโรงงาน

แน่นอนว่าหลังจากเหตุการณ์โศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นกับโรงงานแห่งนี้ จึงนำมาด้วยเรื่องเล่าลี้ลับมากมาย ทำให้มีคนเข้าไปล่าท้าผีอยู่บ่อยครั้ง และก็มักจะต้องเจอเหตุการณ์แปลกๆทุกครั้งไป ทั้งเสียงและกลิ่นเหม็นไหม้ รวมทั้งเสียงปืนที่ดังมาจากชั้นสองของโรงงาน บางครั้งพวกเขาอาจจะยังไม่ถึงเวลาที่ต้องไป ทำให้ยังคงวนเวียนอยู่ที่นี่ ว่ากันว่าหากลองไปสำรวจในเวลากลางวัน คุณก็ยังจะได้พบเห็นเศษซากจากการระเบิดในครั้งนั้น รวมทั้งรองเท้าที่กระจัดกระจายอยู่เกลื่นกลาด รวมทั้งปั๊มลมมรณะตัวตนเหตุที่คร่าเอาชีวิตคนงานผู้บริสุทธิ์ไปหลายราย

บ้านนายพลและสุสานไร้ญาติในจังหวัดชลบุรี

  หากต้องการสถานที่ล้าท้าผีเด็ดๆ เราแนะนำให้คุณลองไปเจอกับสถานที่แห่งนี้ได้เลยในจังหวัดชลบุรี ที่แรกคือบ้านผีสิงนายพล บ้านผีสิงที่ขึ้นชื่อความเฮี้ยนในตำบลอ่างศิลา แม้บ้านผีสิงสไตล์นี้จะมีอยู่ด้วยกันหลายหลัง แต่ความโด่งดังขอยกให้ที่นี่ เพราะถ้าอ่านจากประวัติแล้ว คุณจะรู้สึกได้ถึงความหลอน ขนหัวลุกอย่างบอกไม่ถูกเลยทีเดียว แต่เดิมบ้านหลังนี้เป็นบ้านพักตากอากาศของนายทหารชั้นผู้ใหญ่สมัยก่อน  เจ้าของบ้านหลังนี้มียศสุดท้ายก่อนเสียชีวิตเป็นถึงนายพล นายพลและครอบครัวเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์พร้อมกันยกครัว จนต่อมาเมื่อมีคนเข้ามาอยู่อาศัย ซึ่งก็มียศทางการทหารเช่นเดียวกัน ได้เกิดเหตุการณ์สลด โดยถูกฆาตกรรมทั้งครอบครัวภายในบ้านหลังนี้  ต่อมาก็ไม่มีใครกล้ามาอาศัยอยู่อีกเพราะเกรงว่าจะเจออาถรรพ์เข้ากับครอบครัวของตนเอง  ในที่สุด บ้านก็ถูกทิ้งร้าง แต่ก็มิวาย มีคนเข้ามาผูกคอตายอยู่บ่อยครั้งซึ่งก็เพิ่มพูนความน่ากลัวเข้าไปอีก

นอกจากนี้ ยังมีอีกสถานที่หนึ่งในชลบุรีที่ขึ้นชื่อความหลอนไม่แพ้กัน นั่นคือสุสานศพไร้ญาติ ซึ่งอยู่ในความดูแลของมูลนิธิต่างๆ อาทิมูลนิธิสว่างโรจนธรรมสถานสัตหีบ และมูลนิธิสว่างประทีปธรรมสถานศรีราชา สุสานศพไร้ญาตินี้ใช้เป็นสถานที่ฝังศพของคนไทยเชื้อสายจีน มักจะมีเรื่องเล่าของคนที่มีประสบการณ์กับที่นี่ว่า เห็นวิญญาณส่งเสียงร้องโหยหวน และเมื่อมีพิธีล้างป่าช้าเมื่อไหร่ ก็จะยิ่งพบเจอเหตุการณ์แปลกๆมากขึ้นเท่านั้น

บ้านเก้าหลังซอยวัชรพล บ้านร้างสุดหลอนในตำนาน

   บ้านเก้าหลังแห่งนี้นับว่าเป็นตำนานที่เหล่าพลพรรคนักล่าผีเกือบทุกรุ่นต้องไปลองดูสักครั้ง เพราะด้วยบรรยากาสที่หลอนสุดบรรยาย ลองคิดภาพดูว่า แค่บ้านร้างเพียงหนึ่งหลังก็ทำให้ใจเราสั่นได้หากสภาพนั้นดูผุพังไม่มีคนอาศัย แต่นี่คือบ้านร้างจำนวน 9 หลังที่อยู่ในหมู่บ้านร้าง ไร้มนุษย์ แถมยังคงตั้งอยู่แบบนั้นไม่มีการทุบทำลายแต่อย่างใด

หมู่บ้านนี้เป้นหมู่บ้านที่มีการเล่าต่อๆกันว่า ในอดีตเมื่อราวๆยี่สิบสามสิบปีที่แล้ว เป็นหมู่บ้านที่ยังสร้างไม่เสร็จ และในยุคนั้นซอยวัชรพลถือว่าเป็นซอยเปลี่ยว แท็กซี่ไม่มีใครกล้าเข้าไปเพราะอาจถูกลวงไปปล้น จี้ ปาดคอ และก็ลากศพไปทิ้งไว้ในบ่อบริเวณหมู่บ้าน ซึ่งก็เคยเป็นข่าวดังในอดีต  หากพูดถึงสภาพบรรยากาศที่นั่น แน่นอนว่าชวนขนหัวลุก สภาพบ้านเป็นทรงยุโรปหลังใหญ่ ก่อสร้างไม่เสร็จ ถูกทิ้งร้างในสภาพเดิม ที่นั่นเงียบสงัดมาก เวลากลางคืนหากมีใครต้องผ่านหมู่บ้านนี้ อาจโชคดีได้เห็นวิญญาณผู้หญิง ผู้ชาย และเด็ก ปรากฏหายเดินวนเวียน และอยู่ๆก็หายตัวไป  มีคนเล่าว่า มีบ้านหลังหนึ่งที่สร้างเสร็จแล้วและก้มีครอบครัวหนึ่งตัดสินใจซื้อบ้านหลังนี้ วันหนึ่งเกิดเหตุไม่คาดฝันกับครอบครัวของพวกเขา เนื่องจากทั้งหมดเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์กลังจากพาไปเที่ยวพักผ่อนที่ต่างจังหวัด เสียชีวิตทั้งครอบครัว และด้วยวิญญาณที่มีความผูกพันธ์กับบ้านหลังนี้มาก จึงกลับมาที่นี่อีกครั้งและยังคงวนเวียนใช้ชีวิตราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น