สะพานมรณะ อ.ปะทิว จ.ชุมพร

อีกเส้นทางสยองขวัญที่ทำให้ทุกคนต้องขนหัวลุกขณะเดินทางเพราะเป็นที่เล่าลือเรื่องผีตัวตายตัวแทนและมีผู้ที่สังเวยชีวิตกับสะพายเส้นนี้มาแล้วนับร้องชีวิตและจะมีอีกเรื่อยๆ น้อยคนนักที่จะร่วงหล่น ตกลงจากรถไฟจนเสียชีวิต แต่สำหรับที่นี่ สถิติต่างๆกลับใช้ไม่ได้ เพราะบริเวณ สะพานโค้งข้ามคลองห้วยตาเสือ ตำบลบางสน อำเภอปะทิว จังหวัดชุมพร เกิดเหตุการณ์คนตกรถไฟเสียชีวิตบ่อยครั้ง จนเกิดเสียงร่ำลือจากชาวบ้านในละแวกนั้นว่า มีสิ่งเร้นลับที่จะพรากดวงวิญญาณที่ถึงฆาตให้มาสถิตย์ ณ ที่แห่งนี้เหตุการณ์เด่นๆ ที่ทำให้ผู้คนเชื่อว่าที่แห่งนี้มี อาถรรพ์ตัวตายตัวแทน โดยพบศพชายชาวต่างชาตินอนหงายลอยขึ้นอืด ส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ พบตั๋วรถไฟด่วน นครศรีธรรมราช-กรุงเทพ ในกางเกง ทราบชื่อภายหลังว่า นายเลนราฟาแอลด์ วู้ดเก้นส์ ชาวเยอรมัน อายุ 21 ปี จากคำบอกเล่าเพื่อนร่วมทางเล่าว่า ผู้ตายโชว์โหนรถไฟ เอาตัวออกมานอกรถ และร่างได้ฟาดกับสะพานเข้าอย่างจัง และพลัดตกจมคลองในที่สุด3 เดือนผ่านไป มีผู้พบศพชายปริศนาสวมเสื้อสีฟ้า นอนคว่ำหน้าอยู่ริมคลองใต้สะพาน ไม่ไกลจากจุดที่มีผู้เสียชีวิตคนก่อนๆ ตกลงมา จากเหตุการณ์ดังกล่าว ทำให้ชาวบ้านเชื่อว่าวิญญาณของฝรั่งชาวเยอรมันกำลังจะไปเกิด จึงต้องหาตัวตายตัวแทนมาเฝ้าสะพาน และได้ดึงร่างของผู้ตายลงมาในที่สุด นอกจากนี้ ณ ที่แห่งนี้ยังมีผู้พลัดตกรถไฟอีกเป็นจำนวนมาก จนชาวบ้านพากันขนานนามที่แห่งนี้ว่า สะพานร้อยศพ

โค้ง 100 ศพ โค้งหน้าศาลอาญารัชดา

เรื่องราวเกี่ยวกับอุบัติเหตุบนท้องถนนเป็นความเชื่อที่อยู่คู่กับคนไทยว่าสาเหตุที่เกิดอุบัติเหตุที่จุดเดิมหลายๆครั้งเป็นเพราะสถานที่นั้นมีอาถรรพ์และอาจมีวิญญาณร้ายหรือผีที่ต้องการตัวแทนอย่างเช่นหน้าศาลอาญารัชดาโค้งหน้าศาลอาญารัชดา หรือที่ผู้คนในบริเวณนั้นเรียกว่า โค้ง100ศพ ณ ที่แห่งนี้ เกิดอุบัติเหตุคร่าชีวิตผู้คนบ่อยครั้ง ส่วนใหญ่จะเสียชีวิตบนเกาะกลางถนน โดยแทบทุกคันจะชนเข้ากับต้นโพธิ์ที่อยู่ตรงทางโค้งนี้ ซากรถที่พังยับเยินจนแทบไม่รู้ว่านี่คือรถยี่ห้อไหน ที่จอดทิ้งไว้ ณ บริเวณแห่งนี้ ล้วนแล้วแต่เป็นคันที่มีผู้เสียชีวิตในรถทั้งสิ้นนอกจากความประมาทแล้ว เรื่องลี้ลับประมาณ วิญญาณผีเฮี้ยน หรือ ตัวตายตัวแทน ยังเป็นเรื่องราวที่ผู้คนกล่าวขานกันมาก ณ โค้ง 100ศพแห่งนี้ เนื่องจาก ผู้คนที่รอดชีวิตหลายต่อหลายคนกลับมาเล่าเหตุการณ์ที่คล้ายๆ กันว่า เห็นคนกำลังเดินตัดหน้ารถไป ทำให้เบรคกระทันหัน ทำให้รถเสียหลักบ้างก็บอกว่า เห็นมีเงาดำ ๆ ยาวมาก เหมือนมีคนยืนอยู่ พาดผ่านช่วงถนนนี้ทำให้เกิดการตกใจ และควบคุมสติไม่อยู่ พราะความเชื่อที่ว่า มีวิญญาณมากมาย ณ ที่แห่งนี้ ต้องการ ตัวตายตัวแทน เพื่อที่ตนจะได้ไปเกิดนั้น ทำให้สะพานลอยคนข้ามถนนรัชดาภิเษก ปากซอยเสือใหญ่อุทิศ ซึ่งกล่าวขวัญกันว่าเป็นโค้งอันตราย มีความเฮี้ยนและความน่าสะพรึงกลัวเกิดขึ้น ได้กลายเป็นสถานที่ ที่มีผู้คนมาบนบานเรื่องราวต่างๆมากขึ้น พร้อมกันนี้ยังมีการนำม้าลายมาแก้บนเป็นจำนวนมาก

โค้งเหมืองผ่า อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่

อีกหนึ่งเรื่องขนหัวลุกสำหรับคนชอบเดินทางโค้งเหมืองผ่า หรือเรียกอีกชื่อว่า โค้งปากท่อ อยู่บริเวณปากทางเข้าหมู่บ้านแก้วสา ถนนโชตนา ตำบลริมเหนือ อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ จากคำบอกกล่าวของชาวบ้านแถวนี้หรือผู้สัญจรไปมามักพบเห็นผู้คนยืนเรียงรายริมถนนจำนวนมากบ้างก็บาดเจ็บจากอุบัติเหตุ บ้างก็ยืน นั่ง บางคนถึงกับกวักมือเรียกโค้งเหมืองผ่า แห่งนี้เกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ทั้งบาดเจ็บ ล้มตาย อยู่บ่อยครั้ง จนได้รับฉายาว่าเป็น โค้ง100ศพ บ้างก็เชื่อว่าวิญญาณ ณ ที่แห่งนี้ ต้องการตัวตายตัวแทน เพื่อปลดปล่อยให้ดวงจิตของตนไปสู่ภพภูมิที่ดีขึ้น เมื่อมีอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ผู้พบเห็น ภาพหลอนของคนที่ตายไปแล้วมากมายชาวบ้านจึงได้เชิญเกจิมาทำพิธีทางศาสนา ทำบุญแผ่เมตตา แก่ดวงวิญญาณที่ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต และศพถูกทำร้ายที่โค้งนี้ หรือเรียกอีกอย่างว่า “ผีตายโหง” แต่หลายครั้งที่ทำพิธีผ่านไป อุบัติเหตุก็ยังคงอยู่ คล้ายกับว่า ดวงวิญญาณเหล่านี้ ยังคงต้องการตัวตายตัวแทนเหมือนเช่นเดิมสาเหตุส่วนใหญ่ของอุบัติเหตุ อาจเป็นเพราะไม่ชำนาญเส้นทาง และ รถที่ผ่านเส้นนี้มักวิ่งด้วยความเร็วสูง ประกอบกับทางเข้าหมู่บ้านนั้นเป็นจุดทางโค้งพอดี และตรงข้ามกันก็ยังเป็นสันโค้งอีกด้วย แม้หน่วยงานราชการและชาวบ้านจะพยายามหาวิธีแก้ปัญหา ทั้งขยายถนนทางเข้าหมู่บ้าน ติดป้ายสัญลักษณ์ตั้งเตือน แต่ก็ไม่วายที่จะเกิดอุบัติเหตุขึ้น หรือว่าเสียงโหยหวนที่ได้ยินก่อนเกิดอุบัติเหตุ อาจเป็นเสียงร้องแจ้งเตือนให้คุณระมัดระวังขึ้นอีกก็เป็นได้

โค้งกรอกยายชา

สายตรวจตำบลเนินพระ ซึ่งตั้งอยู่ริมถนนสุขุมวิท สายเก่า บริเวณโค้งกรอกยายชา เขตเทศบาลตำบลเนินพระ อ.เมืองระยอง ที่แห่งนี้ขึ้นชื่อเรื่องความเฮี้ยน ทุกครั้งที่ตำรวจหน้าใหม่เข้าประจำการ และถึงเวรต้องเฝ้าที่ป้อมแห่งนี้ มักเจอหญิงสาวชุดขาวที่หน้าโชกไปด้วยเลือดเข้ามาทักทายเสมอ บ่อยครั้งโผล่มาให้เห็นจนตำรวจต้องวิ่งหนีกันป่าราบ บางรายถึงกับช็อกคาป้อม หรือ บางรายวิ่งหนียอมทิ้งเวรยาม ขึ้นโรงพักขอย้ายกันกลางดึกก็มีสถานที่แห่งนี้นอกจากจะมีความเฮี้ยนและขึ้นชื่อเรื่อง ผีดุ แล้ว เรื่องราวความเชื่อเกี่ยวกับ ตัวตายตัวแทน ก็โดดเด่นไม่แพ้กัน เพราะกว่า 50 ศพแล้วต้องมาสังเวยชีวิต ณ ที่แห่งนี้ ด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์ครั้งแล้วครั้งเล่า เกิดเหตุการณ์รถแหกโค้งมาที่หน้าป้อมอยู่เสมอ มีอยู่ครั้งหนึ่งเกิดเหตุรถเฉี่ยวชนกัน ณ บริเวณดังกล่าว โชคดีไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บแต่จะด้วยอาถรรพ์ หรือ ดวงถึงฆาตก็ไม่ทราบได้ เกิดเหตุการณ์สลดขึ้น เมื่อคู่กรณีออกมายืนนอกรถทั้งหมด 8 คน จู่ๆ ก็มีรถวิ่งมาด้วยความเร็วแหกโค้งชนเข้าใส่กลุ่มคนทั้งหมดจนเสียชีวิต เลือดได้สาดกระเด็นถูกผนังของป้อมจนแดงฉานไปทั่วที่น่าสพรึงและชวนขนลุกยิ่งกว่า ก็คือก่อนที่จะเกิดอุบัติเหตุทุกครั้ง จะมีเสียงโหยหวนที่ไม่มีต้นตอ พร้อมเสียงจิ้งจกอย่างต่อเนื่อง หลังจากนั้นไม่เกิน 10 นาที จะเกิดอุบัติเหตุคร่าชีวิตทุกครั้งไป หรือว่า เสียงโหยหวนเหล่านั้น คือ เสียงดวงวิญญาณที่กู่ร้องต้อนรับดวงวิญญาณใหม่ที่กำลังจะมาประจำการแทนนั่นเอง

อู่รถเมล์เก่าที่ซอยสายหยุด

   แค่เอ่ยว่าเป็นอู่รถเมล์เก่า ความหลอนก็สามารถเข้าครอบงำเราได้ เพราะลองนึกภาพตามดูว่า รถเมล์ที่ถูกปลดประจำการ บางคันอาจเก่าและเสื่อมตามกาลเวลา บางคันอาจผ่านการประสบเหตุที่ไม่อยากจะคาดเดาเลยว่า เหตุครั้งนั้นมีใครต้องเสียชีวิตหรือไม่

ที่ซอยสายหยุดแห่งนี้ยังมีสถานที่ที่ถูกใช้เป็นจุดทิ้งรถประจำทาง รถโดยสารต่างๆ ที่ถูกชนหรือประสบอุบัติเหตุจนไม่สามารถใช้งานต่อได้ ซึ่งรถที่ถูกเอามาทิ้งแต่ละคัน ก็ต่างเจอประสบอุบัติเหตุขั้นรุนแรงมาทั้งนั้น และแน่นอนว่าส่วนใหญ่มักจะมีคนตายด้วย สำหรับเหตุการณ์ที่ช่วยหลอนสำหรับชาวบ้านในละแวกนั้นคือมีเสียงคนร้องโหยหวน คล้ายกับว่ากำลังเจ็บปวดทุกข์ทรมานดังขึ้น บางครั้งก็เห็นกลุ่มเงาที่มีลักษณะคล้ายคนจำนวนมากเดินไปมา ซึ่งหากเป็นคนที่อยู่พื้นที่แถวนั้น เพียงแค่พระอาทิตย์ตกดินก็จะไม่มีใครกล้าขับรถหรือเดินผ่านแล้ว เพราะขนาดกลางวันแสกๆสภาพบรรยากาศยังชวนขนลุกอย่างบอกไม่ถูก แถมยังมีเรื่องเล่าจากแท็กซี่ขาจรที่บังเอิญต้องขับรถผ่านสถานที่นั้น บางรายเล่าให้ฟังว่าพบเห็นคนมาโบกรถอยู่หน้าอู่ พอไปรับก็หายตัวไปซะดื้อๆ บางทีมีคนวิ่งตัดหน้ารถจนเกือบประสบอุบัติเหตุ แต่พอลงไปดูกลับไม่เห็นใคร แถมยังมีคนพบว่าไฟของรถในสุสานนั้นเปิดๆปิดๆเองอีกด้วย บางครั้งถึงขั้นเห็นคน สภาพเสื้อผ้าขาด มีเลือดเต็มตัว เดินไปขึ้นรถพังๆ และหายตัวไปซะเฉยๆ เห็นแบบนี้ใครที่กล้าท้าผีก็ลองไปดูนะ เผื่อจะได้เห็นใครสักคนนอนติดอยู่กับล้อรถเมล์ข้างใดข้างหนึ่งก็ได้

สุสานโสเภณี อดีตที่โหดร้ายของลูกผู้หญิง

  สุสานโสเภณีมักเป็นทางเลือกแรก สำหรับคนจิตแข็งที่มักจะไปลองของล้าท้าผีตามสถานที่ที่ขึ้นชื่อเรื่องความเฮี้ยนและมีอดีตอันน่าสยดสยอง แต่ถ้าหากมองในอีกแง่หนึ่งของความเป็นมนุษย์ที่มองว่า ครั้งหนึ่งวิยญาณที่ทุกคนเกรงกลัวในสุสานแห่งนั้น ก็เคยเป็นมนุษย์เดินดิน แต่พวกเธอต้องมาเลือกอาชีพเช่นนี้เพื่อเลี้ยงปากท้องตนเองและคนในครอบครัว ผู้หญิงบางคนอาจมีความสมัครใจแต่ก้มีไม่นอนที่พวกเธอถูกบังคับขู่เข็ญให้ทำอาชีพปรนเปรอแบบนี้อย่างไม่มีทางเลือก

สุสานแห่งนี้ เคยเป็นสถานบันเทิงเก่าแก่ที่เคยได้รับความนิยมมากในจังหวัดกาญจนบุรี ตั้งอยู่ที่ตำบลท่าล้อ ซอย 9 อำเภอท่าม่วง เปิดให้เป็นสถานที่บริการทางเพศให้ผู้ชายมาซื้อบริการ  ชาวบ้านแถวนั้นให้ข้อมูลว่า สถานที่นี้เปิดให้บริการแก่คนทุกระดับ ซึ่งมีตั้งแต่เจ้าของธุรกิจ ข้าราชการ จนถึงกรรมกรหาเช้ากินค่ำ ที่มีความต้องการอยากจะปลดปล่อยกับบรรดาสาวน้อยที่คอยให้บริการพวกเขา ณ ที่แห่งนี้ แน่นอนว่าแขกที่มาใช้บริการต่อวันมีจำนวนมากมายเมื่อเทียบกับจำนวนของสาวๆ ดังนั้นพวกเธอจึงไม่วันที่จะได้พักผ่อนเลย แม้แต่วันเดียว  หากเธอคนไหนมีอาการขัดขืน บ่น ประท้วงไม่ทำงานก็จะถูกทำโทษอย่างไร้ความปราณี เช่น ทุบตี ทำร้ายร่างกาย บางคนโดนซ้อมจนกระทั่งเสียชีวิตคาห้อง บางคนที่ทำงานมานานอาจจะติดโรคร้ายก็ถูกปล่อยทิ้งไว้ให้รอความตาย ไม่มีการพาไปหาหมอแต่อย่างใด และที่หนักที่สุดคือ บางรายที่เผลอตั้งท้องก็จะต้องถูกจับทำแท้งกันเอง ชนิดที่เรียกว่ารีดเด็กออกมาจากท้อง ถ้าสาวคนไหนทนไหวก็รอด แต่ส่วนใหญ่มักตกเลือดตายกันทั้งนั้น สำหรับเรื่องความลี้ลับก็มีมากมายเช่น เสียงร้องไห้แสดงความเจ็บปวดความทุกข์ทรมานของหญิงสาว เพราะวิญญาณทุกดวงที่นี่คงมีแต่ความทรงจำที่โหดร้ายหดหู่มากเมื่อครั้งมีชีวิตอยู่   จากจุดนี้ทำให้เรามองว่า มนุษย์ด้วยกันทำกับมนุษย์เพศหญิงได้อย่างไร ความป่าเถื่อน ความชั่วช้า เกิดขึ้นจากพวกเขาได้อย่างไร ก็หวังว่าคนเหล่านั้นจะต้องไปชดใช้ผลกรรมขอตัวเองที่เคยก่อไว้กับหญิงสาว และขอให้วิญญาณทุกดวง ณ สุสานโสเภณีจนเป็นสุขคติด้วยเถิด

ลัดดาแลนด์ ดินแดนหลอนจริงไม่ใช่แค่ในหนัง

  เชื่อว่าหลายๆคนคงได้มีโอกาสดูหนังลัดดาแลนด์ หนังผีที่โด่งดังและน่ากลัวมากเมื่อไม่กี่ปีมานี้  ซึ่งสถานที่ที่มีชื่อว่า หมู่บ้านลัดดาแลนด์นี้ เคยมีอยู่จริงเมื่อราว 30 กว่าปีที่แล้ว ที่จังหวัดเชียงใหม่  โดยในสมัยนั้น ลัดดาแลนด์คือสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ มีสวนหย่อมและพันธุ์ไม้แสดงสวยงาม ผู้คนมักจะนิยมไปเที่ยวกันมากมาย และที่ลัดดาแลนด์นั้น ก็มีหมู่บ้านที่สไตล์ค่อนข้างหรูหรา เหมาะกับบรรดาเศรษฐีที่ชื่อไว้เป็นบ้านพักตากอากาศในสมัยนั้น

  จากหมู่บ้านสุดหรู กลับกลายมาเป็นหมู่บ้านที่ไม่มีใครอยากจะอยู่ เรื่องมันเริ่มจากเหตุการณ์ที่ว่า มีบ้านหลังหนึ่งถูกโจรปล้นบ้านและฆ่าตายยกครัว แต่ทว่า วิญญาณของครอบครัวนั้นกลับไม่ไปไหน แต่วนเวียนปรากกหายให้เพื่อนบ้านได้เห็นกันบ่อยๆ บางครั้งก็ได้ยินเสียงร้องของความช่วยเหลือ บางครั้งก็ได้ยินเสียงหัวเราะ แต่ที่หนักที่สุดคือ บางคืนอาจได้เห็นสมาชิกทุกคนที่เคยอยู่ในบ้านหลังนี้ออกมารดน้ำต้นไม้ยามวิกาล   ทำให้เพื่อนบ้านทยอยย้ายออกไปจนเหลือบ้านที่มีคนอยู่อาศัยเพียงแค่ 3 หลังเท่านั้น   เรื่องราวความเฮี้ยนของลัดดาแลนด์ยังไม่จบ เมื่อมีเหตุการณ์อีกเหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้นกับบ้านของคนที่ยังไม่ย้ายไปไหน  บ้านหลังนั้นคือบ้านของเศรษฐีฝรั่งคนหนึ่งที่จะบินกลับมาจากบ้านเกิดตัวเองเฉพาะฤดูหนาวเท่านั้น ทำให้เขาต้องจ้างเด็กสาวชาวพม่าดูแลบ้าน แต่โชคร้าย เมื่อมีโจรมาปล้นบ้าน และฆ่าเด็กสาวหมกทิ้งไว้ที่ห้องเก็บของใต้บันได กว่าตำรวจจะหาศพเจอก็ผ่านไป 2 เดือนแล้ว ซึ่งสาเหตุที่ตำรวจและคนข้างบ้านรู้ว่าเกิดเหตุอะไรกับบ้านหลังนี้เกิดจากได้กลิ่นเหม็นโชยมาจากในบ้าน ทั้งๆที่เพื่อนบ้านยังเห็นสาวใช้พม่าทำความสะอาดบ้านและรดน้ำต้นไม้ปกติ แต่เมื่อพบว่าจริงว่าเด็กสาวตายไปนานแล้ว พวกเขาจึงรีบย้ายหนีออกไปจนหมด จึงปิดตำนานหมู่บ้านสุดหรู กลายเป็นสถานที่สุดเฮี้ยนที่ท้าให้คนมาลองดี

โรงงานร้างอุตสาหกรรมบางปู

  สถานที่สุดเฮี้ยนที่อยากแนะนำคือ โรงงานร้างอุตสาหกรรมบางปู ตั้งอยู่บริเวณสุดซอยที่ 2 ของย่านอุตสาหกรรมบางปู โดยเมื่อก่อน ที่นี่เคยเป็นโรงงานรองเท้ากิจการขนาดใหญ่ มีพนักงานมากมายแต่แล้วก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันเมื่อเครื่องปั้มลมที่เป็นเครื่องจักรสำคัญในการผลิตรองเท้าเกิดระเบิดขึ้น ทำให้เห่าบรรดาพนักงานที่อยู่บริเวณนั้นเสียชีวิตทันทีจากแรงระเบิดจำนวนหลายราย หลังจากนั้นมา บรรดาพนักงานที่เหลืออยู่ของโรงงานนี้ก็มักจะเจอกับเรื่องแปลกๆ เช่น เห็นคนที่เคยถูกอุบัติเหตุระเบิดที่เสียชีวิตไปแล้วกำลังทำงานอยู่ บ้างก็ได้ยินเสียงแว่วๆร้องขอความช่วยเหลือ จนทำให้พนักงานหลายรายไม่กล้ามาทำงานเพราะกลัวว่าจะเจอกับวิญญาณที่เคยตายที่นั่น ดังนั้นจึงค่อยๆทยอยลาออก แม้จะรับสมัครพนักงานใหม่แต่ก็ไม่มีใครกล้ามาสมัคร เพราะต้องมีกะตอนกลางคืน ส่วนใครที่เผลอมาทำงานก็เป็นต้องเจอดีทุกราย ในที่สุดโรงงานก็พบกับวิกฤติเนื่องจากพนักงานมีไม่เพียงพอ ทำให้ไม่สามารถผลิตงานต่อไปได้ เหตุนี้เจ้าของโรงงานจึงจำเป็นต้องหยุดกิจการ และเขาก็ตัดสินใจฆ่าตัวตายที่ห้องทำงานชั้นสองของโรงงาน

แน่นอนว่าหลังจากเหตุการณ์โศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นกับโรงงานแห่งนี้ จึงนำมาด้วยเรื่องเล่าลี้ลับมากมาย ทำให้มีคนเข้าไปล่าท้าผีอยู่บ่อยครั้ง และก็มักจะต้องเจอเหตุการณ์แปลกๆทุกครั้งไป ทั้งเสียงและกลิ่นเหม็นไหม้ รวมทั้งเสียงปืนที่ดังมาจากชั้นสองของโรงงาน บางครั้งพวกเขาอาจจะยังไม่ถึงเวลาที่ต้องไป ทำให้ยังคงวนเวียนอยู่ที่นี่ ว่ากันว่าหากลองไปสำรวจในเวลากลางวัน คุณก็ยังจะได้พบเห็นเศษซากจากการระเบิดในครั้งนั้น รวมทั้งรองเท้าที่กระจัดกระจายอยู่เกลื่นกลาด รวมทั้งปั๊มลมมรณะตัวตนเหตุที่คร่าเอาชีวิตคนงานผู้บริสุทธิ์ไปหลายราย

บ้านนายพลและสุสานไร้ญาติในจังหวัดชลบุรี

  หากต้องการสถานที่ล้าท้าผีเด็ดๆ เราแนะนำให้คุณลองไปเจอกับสถานที่แห่งนี้ได้เลยในจังหวัดชลบุรี ที่แรกคือบ้านผีสิงนายพล บ้านผีสิงที่ขึ้นชื่อความเฮี้ยนในตำบลอ่างศิลา แม้บ้านผีสิงสไตล์นี้จะมีอยู่ด้วยกันหลายหลัง แต่ความโด่งดังขอยกให้ที่นี่ เพราะถ้าอ่านจากประวัติแล้ว คุณจะรู้สึกได้ถึงความหลอน ขนหัวลุกอย่างบอกไม่ถูกเลยทีเดียว แต่เดิมบ้านหลังนี้เป็นบ้านพักตากอากาศของนายทหารชั้นผู้ใหญ่สมัยก่อน  เจ้าของบ้านหลังนี้มียศสุดท้ายก่อนเสียชีวิตเป็นถึงนายพล นายพลและครอบครัวเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์พร้อมกันยกครัว จนต่อมาเมื่อมีคนเข้ามาอยู่อาศัย ซึ่งก็มียศทางการทหารเช่นเดียวกัน ได้เกิดเหตุการณ์สลด โดยถูกฆาตกรรมทั้งครอบครัวภายในบ้านหลังนี้  ต่อมาก็ไม่มีใครกล้ามาอาศัยอยู่อีกเพราะเกรงว่าจะเจออาถรรพ์เข้ากับครอบครัวของตนเอง  ในที่สุด บ้านก็ถูกทิ้งร้าง แต่ก็มิวาย มีคนเข้ามาผูกคอตายอยู่บ่อยครั้งซึ่งก็เพิ่มพูนความน่ากลัวเข้าไปอีก

นอกจากนี้ ยังมีอีกสถานที่หนึ่งในชลบุรีที่ขึ้นชื่อความหลอนไม่แพ้กัน นั่นคือสุสานศพไร้ญาติ ซึ่งอยู่ในความดูแลของมูลนิธิต่างๆ อาทิมูลนิธิสว่างโรจนธรรมสถานสัตหีบ และมูลนิธิสว่างประทีปธรรมสถานศรีราชา สุสานศพไร้ญาตินี้ใช้เป็นสถานที่ฝังศพของคนไทยเชื้อสายจีน มักจะมีเรื่องเล่าของคนที่มีประสบการณ์กับที่นี่ว่า เห็นวิญญาณส่งเสียงร้องโหยหวน และเมื่อมีพิธีล้างป่าช้าเมื่อไหร่ ก็จะยิ่งพบเจอเหตุการณ์แปลกๆมากขึ้นเท่านั้น

บ้านเก้าหลังซอยวัชรพล บ้านร้างสุดหลอนในตำนาน

   บ้านเก้าหลังแห่งนี้นับว่าเป็นตำนานที่เหล่าพลพรรคนักล่าผีเกือบทุกรุ่นต้องไปลองดูสักครั้ง เพราะด้วยบรรยากาสที่หลอนสุดบรรยาย ลองคิดภาพดูว่า แค่บ้านร้างเพียงหนึ่งหลังก็ทำให้ใจเราสั่นได้หากสภาพนั้นดูผุพังไม่มีคนอาศัย แต่นี่คือบ้านร้างจำนวน 9 หลังที่อยู่ในหมู่บ้านร้าง ไร้มนุษย์ แถมยังคงตั้งอยู่แบบนั้นไม่มีการทุบทำลายแต่อย่างใด

หมู่บ้านนี้เป้นหมู่บ้านที่มีการเล่าต่อๆกันว่า ในอดีตเมื่อราวๆยี่สิบสามสิบปีที่แล้ว เป็นหมู่บ้านที่ยังสร้างไม่เสร็จ และในยุคนั้นซอยวัชรพลถือว่าเป็นซอยเปลี่ยว แท็กซี่ไม่มีใครกล้าเข้าไปเพราะอาจถูกลวงไปปล้น จี้ ปาดคอ และก็ลากศพไปทิ้งไว้ในบ่อบริเวณหมู่บ้าน ซึ่งก็เคยเป็นข่าวดังในอดีต  หากพูดถึงสภาพบรรยากาศที่นั่น แน่นอนว่าชวนขนหัวลุก สภาพบ้านเป็นทรงยุโรปหลังใหญ่ ก่อสร้างไม่เสร็จ ถูกทิ้งร้างในสภาพเดิม ที่นั่นเงียบสงัดมาก เวลากลางคืนหากมีใครต้องผ่านหมู่บ้านนี้ อาจโชคดีได้เห็นวิญญาณผู้หญิง ผู้ชาย และเด็ก ปรากฏหายเดินวนเวียน และอยู่ๆก็หายตัวไป  มีคนเล่าว่า มีบ้านหลังหนึ่งที่สร้างเสร็จแล้วและก้มีครอบครัวหนึ่งตัดสินใจซื้อบ้านหลังนี้ วันหนึ่งเกิดเหตุไม่คาดฝันกับครอบครัวของพวกเขา เนื่องจากทั้งหมดเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์กลังจากพาไปเที่ยวพักผ่อนที่ต่างจังหวัด เสียชีวิตทั้งครอบครัว และด้วยวิญญาณที่มีความผูกพันธ์กับบ้านหลังนี้มาก จึงกลับมาที่นี่อีกครั้งและยังคงวนเวียนใช้ชีวิตราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น