หมู่บ้านพลัคลีย์ อังกฤษ

หมู่บ้านพลัคลีย์ อังกฤษ เป็นหมู่บ้านเล็กๆแห่งหนึ่งของชนบทในอังกฤษ หมู่บ้านแห่งนี้เป็นหมู่บ้านเก่าแก่ สันนิฐานว่าถูกสร้างขึ้นในช่วงต้นปี 1900 และมีเรื่องเล่าต่างๆนาๆ ว่าสถานที่ดังกล่าวมีผีสิงและมันได้ชื่อว่าเป็นหมู่บ้านที่หลอนที่สุดในอังกฤษ มีรายงานการพบเจอวิญญาณเริ่มตั้งแต่ปี 1955 จากบันทึกความทรงจำของ เฟรเดอริค แซนเดอร์ ระบุว่าเขาพบวิญญาณที่อยู่ในหมู่บ้านแห่งนี้ 2 ดวงซึ่งปรากฎให้เขาเห็นขณะที่เขาเดินทางผ่านหมู่บ้านแห่งนี้ หลังจากนั้นก็มีผู้คนพบเจอดวงวิญญาณหลายดวงในสิงอยู่ในหมู่บ้านแห่งนี้ ซึ่งไม่มีการระบุอย่างแน่ชัดว่าในอดีตพื้นที่หมู่บ้านเกิดอะไรขึ้น มีที่มาที่ไปอย่างไร หมู่บ้านพลัคลีย์ ได้รับการขนานนามว่าหมู่บ้านผีสิงแห่งอังกฤษ ซึ่งในปี 1989 หมู่บ้านแห่งนี้ได้รับบันทึกจากกินเนสส์บุ๊กว่าเป็นหมู่บ้านที่น่ากลัวที่สุดในโลกและมีดวงวิญญาณมากที่สุด ซึ่งจากผู้ที่เข้ามาทดลองพิสูจน์วิญญาณในหมู่บ้านแห่งนี้ระบุว่ามีดวงวิญญาณประมาณ 12 – 16 ดวง วนเวียนในหมู่บ้านพลัคลีย์ ซึ่งแน่นอนว่ามันเป็นสถานที่ล่าท้าผีสุดเฮี้ยนที่มีคนเข้ามาลองของกันบ่อยครั้งและก็พบเจอบ่อยครั้ง มีรายงานจากผู้ที่เข้ามาท้าพิสูจน์ความเฮี้ยนระบุว่า พวกเขาพบเห็นดวงวิญญาณผู้ชายที่กรีดร้องโหยหวนในหมู่บ้าน ซึ่งเป็นดวงวิญญาณที่คนพบเจอมากที่สุด แม้ว่าในปัจจุบันเทคโนโลยีก้าวไกลมีข้อพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ แต่ความน่ากลัวของวิญญาณในหมู่บ้านพลัคลีย์ ยังคงหลอกหลอนผู้คนที่เข้ามาลองของในที่แห่งนี้

ซาเล็ม เมืองหลอนในตำนานแม่มด

เมืองซาเล็ม ตั้งอยู่ที่รัฐแมสซาชูเซตส์ ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งในปัจจุบันซาเล็มจัดว่าเป็นเมืองที่เจริญรุ่งเรืองในประทศซึ่งเป็นเมืองเล็กๆแห่งหนึ่งของรัฐ ซาเล็มก่อตั้งขึ้นมาในช่วงปี 1600 โดยตอนนั้นเป็นเพียงหมู่บ้านเล็กๆเท่านั้น ซาเล็มเป็นที่รู้จักกันในตำนานของ แม่มดแห่งซาเล็ม ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงยุคกลางที่มีความเชื่อเรื่องของแม่มด ซึ่งในตอนนั้นมีการล่าแม่มดและสังหารจำนวนมาก ซึ่งเด็กหญิง หญิงวัยรุ่น หญิงชรา จำนวนมากถูกสังหารโดยการแขวนคอและเผาทั้งเป็นจำนวนในเมืองแห่งนี้โดยเกิดขึ้นในช่วงปี 1692 – 1694 ซึ่งมีการบันทึกว่าเด็กหญิงหลายคนในเมืองเกิดกรีดร้อง มีอาการประหลาด ทั้งด่าทอพระเจ้า มีอาการคลุ้มคลั่ง แสดงพฤติกรรมก้าวร้าวและพูดจาวกวน โดยหมอประจำเมืองก็ไม่สามารถระบุสาเหตุที่แน่ชัดได้ แน่อนว่าในเมื่อสรุปไม่ได้คำตอบสุดท้ายก็คือ แม่มด

ในตอนนั้นหญิงสาวกว่า 150 คนในเมืองซาเล็มถูกฆ่าตายอย่างโหดเหี้ยมทั้งแขวนคอ, เผาทั้งเป็น, ถูกก้อนหินปาจนตาย ซึ่งผู้ที่สังหารคือนายอำเภอของเมืองชื่อว่า จอร์จ คอร์วิน ที่มีฉายาว่า จอมรัดคอ นอกจากหญิงสาวที่ถูกสังหารแล้วยังมีทั้ง ผู้ชาย เด็ก ที่ถูกสังหารอีกด้วย นับว่าเป็นตำนานประวัติศาสตร์ที่โหดเหี้ยมที่เกิดขึ้นในเมือง ในปัจจุบันมีเรื่องเล่ายามค่ำคืนของเมืองผู้คนมักได้ยินเสียงโหยหวนซึ่งหากที่มาไม่ได้ รวมถึงยังมีผู้พบเห็นวิญญาณของหญิงสาวสวมเครื่องแต่งกายในยุคกลางปรากฎให้เห็นบ่อยครั้ง ซาเล็มจึงถูกจัดว่าเป็นเมืองหลอนแห่งหนึ่งในสหรัฐ

โรงงานร้างใน ซอย ม.เกษมบัณฑิต

เรื่องราวนี้เป็นเรื่องราวสถานที่ล่าท้าผีที่มีความเฮี้ยนเหลือเกิน เป็นอีกสถานที่หนึ่งในกรุงเทพมหานครที่ต้องบอกเลยว่าชวนขนลุกกันอีกแล้วพูดได้เลยว่าที่นี่เป็นสถานที่ที่น่ากลัวมากเลยจริงๆ เมื่อสถานที่แห่งนี้อยู่ในซอยมหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต ถนนพัฒนาการ ในซอยแห่งนี้ในอดีตที่ผ่านมาเป็นโรงงานที่ทำปากกาและเป็นโรงงานกลึงขนาดใหญ่อีกด้วย  ในพื้นที่ 80 ไร่ ที่ปัจจุบันนี้มีสภาพที่เป็น โรงงานร้าง ชำรุด ทรุดโทรมเป็นอย่างมาก รวมไปถึงมีวัชพืชปกคลุมมีสภาพที่รกรุงรังเหลือเกินมีเรื่องที่หลายคนเล่ากันว่า มีคนเสียชีวิตจากอุบัติเหตุอยู่หลายคนในระหว่างที่ดำเนินงานอยู่ และนักลงทุนไปถึงพนักงานในโรงงานก็ทยอยออกตามกันไปในที่สุดและรวมไปถึงการขาดทุนของโรงงานจนต้องเลิกกิจการไปในที่สุด ว่ากันว่าที่นี่เจ้าที่เจ้าทางจะแรงมากด้วย  ถ้าหากเดินเข้าไปในอาณาเขตของโรงงานร้างแห่งนี้แล้วละก็ สัมผัสได้ทุกอย่างกับบรรยากาศที่เยือกเยือนอย่างผิดปกติเลยทีเดียว ที่สัมผัสได้อย่างชัดเจนเลยทีเดียว และเล่าลือกันมาอย่างมากมายว่า หากไปเดินไปถึงที่แท้งก์น้ำซึ้งตั้งอยู่ในบริเวณโรงงาน แล้วเคาะจำนวนสามครั้ง เจ้าที่เจ้าทางก็จะออกมาให้เห็นได้อย่างชัดเจน เป็นอีกสถานที่ที่พูดเลยว่า มีความน่ากลัวเป็นอย่างมาก มีความเฮี้ยนอย่างที่สุด แค่ได้ฟังเรื่องเล่ากันมาจากผู้คน ก็ทำให้ขนหัวลุกเลยทีเดียว นี่คือเรื่องของความเฮี้ยนในสถานที่ล่าท้าผีสุดเฮี้ยนที่หนึ่งในกรุงเทพมหานคร

สะพานมรณะ อ.ปะทิว จ.ชุมพร

อีกเส้นทางสยองขวัญที่ทำให้ทุกคนต้องขนหัวลุกขณะเดินทางเพราะเป็นที่เล่าลือเรื่องผีตัวตายตัวแทนและมีผู้ที่สังเวยชีวิตกับสะพายเส้นนี้มาแล้วนับร้องชีวิตและจะมีอีกเรื่อยๆ น้อยคนนักที่จะร่วงหล่น ตกลงจากรถไฟจนเสียชีวิต แต่สำหรับที่นี่ สถิติต่างๆกลับใช้ไม่ได้ เพราะบริเวณ สะพานโค้งข้ามคลองห้วยตาเสือ ตำบลบางสน อำเภอปะทิว จังหวัดชุมพร เกิดเหตุการณ์คนตกรถไฟเสียชีวิตบ่อยครั้ง จนเกิดเสียงร่ำลือจากชาวบ้านในละแวกนั้นว่า มีสิ่งเร้นลับที่จะพรากดวงวิญญาณที่ถึงฆาตให้มาสถิตย์ ณ ที่แห่งนี้เหตุการณ์เด่นๆ ที่ทำให้ผู้คนเชื่อว่าที่แห่งนี้มี อาถรรพ์ตัวตายตัวแทน โดยพบศพชายชาวต่างชาตินอนหงายลอยขึ้นอืด ส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ พบตั๋วรถไฟด่วน นครศรีธรรมราช-กรุงเทพ ในกางเกง ทราบชื่อภายหลังว่า นายเลนราฟาแอลด์ วู้ดเก้นส์ ชาวเยอรมัน อายุ 21 ปี จากคำบอกเล่าเพื่อนร่วมทางเล่าว่า ผู้ตายโชว์โหนรถไฟ เอาตัวออกมานอกรถ และร่างได้ฟาดกับสะพานเข้าอย่างจัง และพลัดตกจมคลองในที่สุด3 เดือนผ่านไป มีผู้พบศพชายปริศนาสวมเสื้อสีฟ้า นอนคว่ำหน้าอยู่ริมคลองใต้สะพาน ไม่ไกลจากจุดที่มีผู้เสียชีวิตคนก่อนๆ ตกลงมา จากเหตุการณ์ดังกล่าว ทำให้ชาวบ้านเชื่อว่าวิญญาณของฝรั่งชาวเยอรมันกำลังจะไปเกิด จึงต้องหาตัวตายตัวแทนมาเฝ้าสะพาน และได้ดึงร่างของผู้ตายลงมาในที่สุด นอกจากนี้ ณ ที่แห่งนี้ยังมีผู้พลัดตกรถไฟอีกเป็นจำนวนมาก จนชาวบ้านพากันขนานนามที่แห่งนี้ว่า สะพานร้อยศพ

โค้ง 100 ศพ โค้งหน้าศาลอาญารัชดา

เรื่องราวเกี่ยวกับอุบัติเหตุบนท้องถนนเป็นความเชื่อที่อยู่คู่กับคนไทยว่าสาเหตุที่เกิดอุบัติเหตุที่จุดเดิมหลายๆครั้งเป็นเพราะสถานที่นั้นมีอาถรรพ์และอาจมีวิญญาณร้ายหรือผีที่ต้องการตัวแทนอย่างเช่นหน้าศาลอาญารัชดาโค้งหน้าศาลอาญารัชดา หรือที่ผู้คนในบริเวณนั้นเรียกว่า โค้ง100ศพ ณ ที่แห่งนี้ เกิดอุบัติเหตุคร่าชีวิตผู้คนบ่อยครั้ง ส่วนใหญ่จะเสียชีวิตบนเกาะกลางถนน โดยแทบทุกคันจะชนเข้ากับต้นโพธิ์ที่อยู่ตรงทางโค้งนี้ ซากรถที่พังยับเยินจนแทบไม่รู้ว่านี่คือรถยี่ห้อไหน ที่จอดทิ้งไว้ ณ บริเวณแห่งนี้ ล้วนแล้วแต่เป็นคันที่มีผู้เสียชีวิตในรถทั้งสิ้นนอกจากความประมาทแล้ว เรื่องลี้ลับประมาณ วิญญาณผีเฮี้ยน หรือ ตัวตายตัวแทน ยังเป็นเรื่องราวที่ผู้คนกล่าวขานกันมาก ณ โค้ง 100ศพแห่งนี้ เนื่องจาก ผู้คนที่รอดชีวิตหลายต่อหลายคนกลับมาเล่าเหตุการณ์ที่คล้ายๆ กันว่า เห็นคนกำลังเดินตัดหน้ารถไป ทำให้เบรคกระทันหัน ทำให้รถเสียหลักบ้างก็บอกว่า เห็นมีเงาดำ ๆ ยาวมาก เหมือนมีคนยืนอยู่ พาดผ่านช่วงถนนนี้ทำให้เกิดการตกใจ และควบคุมสติไม่อยู่ พราะความเชื่อที่ว่า มีวิญญาณมากมาย ณ ที่แห่งนี้ ต้องการ ตัวตายตัวแทน เพื่อที่ตนจะได้ไปเกิดนั้น ทำให้สะพานลอยคนข้ามถนนรัชดาภิเษก ปากซอยเสือใหญ่อุทิศ ซึ่งกล่าวขวัญกันว่าเป็นโค้งอันตราย มีความเฮี้ยนและความน่าสะพรึงกลัวเกิดขึ้น ได้กลายเป็นสถานที่ ที่มีผู้คนมาบนบานเรื่องราวต่างๆมากขึ้น พร้อมกันนี้ยังมีการนำม้าลายมาแก้บนเป็นจำนวนมาก

โค้งเหมืองผ่า อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่

อีกหนึ่งเรื่องขนหัวลุกสำหรับคนชอบเดินทางโค้งเหมืองผ่า หรือเรียกอีกชื่อว่า โค้งปากท่อ อยู่บริเวณปากทางเข้าหมู่บ้านแก้วสา ถนนโชตนา ตำบลริมเหนือ อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ จากคำบอกกล่าวของชาวบ้านแถวนี้หรือผู้สัญจรไปมามักพบเห็นผู้คนยืนเรียงรายริมถนนจำนวนมากบ้างก็บาดเจ็บจากอุบัติเหตุ บ้างก็ยืน นั่ง บางคนถึงกับกวักมือเรียกโค้งเหมืองผ่า แห่งนี้เกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ทั้งบาดเจ็บ ล้มตาย อยู่บ่อยครั้ง จนได้รับฉายาว่าเป็น โค้ง100ศพ บ้างก็เชื่อว่าวิญญาณ ณ ที่แห่งนี้ ต้องการตัวตายตัวแทน เพื่อปลดปล่อยให้ดวงจิตของตนไปสู่ภพภูมิที่ดีขึ้น เมื่อมีอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ผู้พบเห็น ภาพหลอนของคนที่ตายไปแล้วมากมายชาวบ้านจึงได้เชิญเกจิมาทำพิธีทางศาสนา ทำบุญแผ่เมตตา แก่ดวงวิญญาณที่ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต และศพถูกทำร้ายที่โค้งนี้ หรือเรียกอีกอย่างว่า “ผีตายโหง” แต่หลายครั้งที่ทำพิธีผ่านไป อุบัติเหตุก็ยังคงอยู่ คล้ายกับว่า ดวงวิญญาณเหล่านี้ ยังคงต้องการตัวตายตัวแทนเหมือนเช่นเดิมสาเหตุส่วนใหญ่ของอุบัติเหตุ อาจเป็นเพราะไม่ชำนาญเส้นทาง และ รถที่ผ่านเส้นนี้มักวิ่งด้วยความเร็วสูง ประกอบกับทางเข้าหมู่บ้านนั้นเป็นจุดทางโค้งพอดี และตรงข้ามกันก็ยังเป็นสันโค้งอีกด้วย แม้หน่วยงานราชการและชาวบ้านจะพยายามหาวิธีแก้ปัญหา ทั้งขยายถนนทางเข้าหมู่บ้าน ติดป้ายสัญลักษณ์ตั้งเตือน แต่ก็ไม่วายที่จะเกิดอุบัติเหตุขึ้น หรือว่าเสียงโหยหวนที่ได้ยินก่อนเกิดอุบัติเหตุ อาจเป็นเสียงร้องแจ้งเตือนให้คุณระมัดระวังขึ้นอีกก็เป็นได้

โค้งกรอกยายชา

สายตรวจตำบลเนินพระ ซึ่งตั้งอยู่ริมถนนสุขุมวิท สายเก่า บริเวณโค้งกรอกยายชา เขตเทศบาลตำบลเนินพระ อ.เมืองระยอง ที่แห่งนี้ขึ้นชื่อเรื่องความเฮี้ยน ทุกครั้งที่ตำรวจหน้าใหม่เข้าประจำการ และถึงเวรต้องเฝ้าที่ป้อมแห่งนี้ มักเจอหญิงสาวชุดขาวที่หน้าโชกไปด้วยเลือดเข้ามาทักทายเสมอ บ่อยครั้งโผล่มาให้เห็นจนตำรวจต้องวิ่งหนีกันป่าราบ บางรายถึงกับช็อกคาป้อม หรือ บางรายวิ่งหนียอมทิ้งเวรยาม ขึ้นโรงพักขอย้ายกันกลางดึกก็มีสถานที่แห่งนี้นอกจากจะมีความเฮี้ยนและขึ้นชื่อเรื่อง ผีดุ แล้ว เรื่องราวความเชื่อเกี่ยวกับ ตัวตายตัวแทน ก็โดดเด่นไม่แพ้กัน เพราะกว่า 50 ศพแล้วต้องมาสังเวยชีวิต ณ ที่แห่งนี้ ด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์ครั้งแล้วครั้งเล่า เกิดเหตุการณ์รถแหกโค้งมาที่หน้าป้อมอยู่เสมอ มีอยู่ครั้งหนึ่งเกิดเหตุรถเฉี่ยวชนกัน ณ บริเวณดังกล่าว โชคดีไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บแต่จะด้วยอาถรรพ์ หรือ ดวงถึงฆาตก็ไม่ทราบได้ เกิดเหตุการณ์สลดขึ้น เมื่อคู่กรณีออกมายืนนอกรถทั้งหมด 8 คน จู่ๆ ก็มีรถวิ่งมาด้วยความเร็วแหกโค้งชนเข้าใส่กลุ่มคนทั้งหมดจนเสียชีวิต เลือดได้สาดกระเด็นถูกผนังของป้อมจนแดงฉานไปทั่วที่น่าสพรึงและชวนขนลุกยิ่งกว่า ก็คือก่อนที่จะเกิดอุบัติเหตุทุกครั้ง จะมีเสียงโหยหวนที่ไม่มีต้นตอ พร้อมเสียงจิ้งจกอย่างต่อเนื่อง หลังจากนั้นไม่เกิน 10 นาที จะเกิดอุบัติเหตุคร่าชีวิตทุกครั้งไป หรือว่า เสียงโหยหวนเหล่านั้น คือ เสียงดวงวิญญาณที่กู่ร้องต้อนรับดวงวิญญาณใหม่ที่กำลังจะมาประจำการแทนนั่นเอง

อู่รถเมล์เก่าที่ซอยสายหยุด

   แค่เอ่ยว่าเป็นอู่รถเมล์เก่า ความหลอนก็สามารถเข้าครอบงำเราได้ เพราะลองนึกภาพตามดูว่า รถเมล์ที่ถูกปลดประจำการ บางคันอาจเก่าและเสื่อมตามกาลเวลา บางคันอาจผ่านการประสบเหตุที่ไม่อยากจะคาดเดาเลยว่า เหตุครั้งนั้นมีใครต้องเสียชีวิตหรือไม่

ที่ซอยสายหยุดแห่งนี้ยังมีสถานที่ที่ถูกใช้เป็นจุดทิ้งรถประจำทาง รถโดยสารต่างๆ ที่ถูกชนหรือประสบอุบัติเหตุจนไม่สามารถใช้งานต่อได้ ซึ่งรถที่ถูกเอามาทิ้งแต่ละคัน ก็ต่างเจอประสบอุบัติเหตุขั้นรุนแรงมาทั้งนั้น และแน่นอนว่าส่วนใหญ่มักจะมีคนตายด้วย สำหรับเหตุการณ์ที่ช่วยหลอนสำหรับชาวบ้านในละแวกนั้นคือมีเสียงคนร้องโหยหวน คล้ายกับว่ากำลังเจ็บปวดทุกข์ทรมานดังขึ้น บางครั้งก็เห็นกลุ่มเงาที่มีลักษณะคล้ายคนจำนวนมากเดินไปมา ซึ่งหากเป็นคนที่อยู่พื้นที่แถวนั้น เพียงแค่พระอาทิตย์ตกดินก็จะไม่มีใครกล้าขับรถหรือเดินผ่านแล้ว เพราะขนาดกลางวันแสกๆสภาพบรรยากาศยังชวนขนลุกอย่างบอกไม่ถูก แถมยังมีเรื่องเล่าจากแท็กซี่ขาจรที่บังเอิญต้องขับรถผ่านสถานที่นั้น บางรายเล่าให้ฟังว่าพบเห็นคนมาโบกรถอยู่หน้าอู่ พอไปรับก็หายตัวไปซะดื้อๆ บางทีมีคนวิ่งตัดหน้ารถจนเกือบประสบอุบัติเหตุ แต่พอลงไปดูกลับไม่เห็นใคร แถมยังมีคนพบว่าไฟของรถในสุสานนั้นเปิดๆปิดๆเองอีกด้วย บางครั้งถึงขั้นเห็นคน สภาพเสื้อผ้าขาด มีเลือดเต็มตัว เดินไปขึ้นรถพังๆ และหายตัวไปซะเฉยๆ เห็นแบบนี้ใครที่กล้าท้าผีก็ลองไปดูนะ เผื่อจะได้เห็นใครสักคนนอนติดอยู่กับล้อรถเมล์ข้างใดข้างหนึ่งก็ได้

สุสานโสเภณี อดีตที่โหดร้ายของลูกผู้หญิง

  สุสานโสเภณีมักเป็นทางเลือกแรก สำหรับคนจิตแข็งที่มักจะไปลองของล้าท้าผีตามสถานที่ที่ขึ้นชื่อเรื่องความเฮี้ยนและมีอดีตอันน่าสยดสยอง แต่ถ้าหากมองในอีกแง่หนึ่งของความเป็นมนุษย์ที่มองว่า ครั้งหนึ่งวิยญาณที่ทุกคนเกรงกลัวในสุสานแห่งนั้น ก็เคยเป็นมนุษย์เดินดิน แต่พวกเธอต้องมาเลือกอาชีพเช่นนี้เพื่อเลี้ยงปากท้องตนเองและคนในครอบครัว ผู้หญิงบางคนอาจมีความสมัครใจแต่ก้มีไม่นอนที่พวกเธอถูกบังคับขู่เข็ญให้ทำอาชีพปรนเปรอแบบนี้อย่างไม่มีทางเลือก

สุสานแห่งนี้ เคยเป็นสถานบันเทิงเก่าแก่ที่เคยได้รับความนิยมมากในจังหวัดกาญจนบุรี ตั้งอยู่ที่ตำบลท่าล้อ ซอย 9 อำเภอท่าม่วง เปิดให้เป็นสถานที่บริการทางเพศให้ผู้ชายมาซื้อบริการ  ชาวบ้านแถวนั้นให้ข้อมูลว่า สถานที่นี้เปิดให้บริการแก่คนทุกระดับ ซึ่งมีตั้งแต่เจ้าของธุรกิจ ข้าราชการ จนถึงกรรมกรหาเช้ากินค่ำ ที่มีความต้องการอยากจะปลดปล่อยกับบรรดาสาวน้อยที่คอยให้บริการพวกเขา ณ ที่แห่งนี้ แน่นอนว่าแขกที่มาใช้บริการต่อวันมีจำนวนมากมายเมื่อเทียบกับจำนวนของสาวๆ ดังนั้นพวกเธอจึงไม่วันที่จะได้พักผ่อนเลย แม้แต่วันเดียว  หากเธอคนไหนมีอาการขัดขืน บ่น ประท้วงไม่ทำงานก็จะถูกทำโทษอย่างไร้ความปราณี เช่น ทุบตี ทำร้ายร่างกาย บางคนโดนซ้อมจนกระทั่งเสียชีวิตคาห้อง บางคนที่ทำงานมานานอาจจะติดโรคร้ายก็ถูกปล่อยทิ้งไว้ให้รอความตาย ไม่มีการพาไปหาหมอแต่อย่างใด และที่หนักที่สุดคือ บางรายที่เผลอตั้งท้องก็จะต้องถูกจับทำแท้งกันเอง ชนิดที่เรียกว่ารีดเด็กออกมาจากท้อง ถ้าสาวคนไหนทนไหวก็รอด แต่ส่วนใหญ่มักตกเลือดตายกันทั้งนั้น สำหรับเรื่องความลี้ลับก็มีมากมายเช่น เสียงร้องไห้แสดงความเจ็บปวดความทุกข์ทรมานของหญิงสาว เพราะวิญญาณทุกดวงที่นี่คงมีแต่ความทรงจำที่โหดร้ายหดหู่มากเมื่อครั้งมีชีวิตอยู่   จากจุดนี้ทำให้เรามองว่า มนุษย์ด้วยกันทำกับมนุษย์เพศหญิงได้อย่างไร ความป่าเถื่อน ความชั่วช้า เกิดขึ้นจากพวกเขาได้อย่างไร ก็หวังว่าคนเหล่านั้นจะต้องไปชดใช้ผลกรรมขอตัวเองที่เคยก่อไว้กับหญิงสาว และขอให้วิญญาณทุกดวง ณ สุสานโสเภณีจนเป็นสุขคติด้วยเถิด

ลัดดาแลนด์ ดินแดนหลอนจริงไม่ใช่แค่ในหนัง

  เชื่อว่าหลายๆคนคงได้มีโอกาสดูหนังลัดดาแลนด์ หนังผีที่โด่งดังและน่ากลัวมากเมื่อไม่กี่ปีมานี้  ซึ่งสถานที่ที่มีชื่อว่า หมู่บ้านลัดดาแลนด์นี้ เคยมีอยู่จริงเมื่อราว 30 กว่าปีที่แล้ว ที่จังหวัดเชียงใหม่  โดยในสมัยนั้น ลัดดาแลนด์คือสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ มีสวนหย่อมและพันธุ์ไม้แสดงสวยงาม ผู้คนมักจะนิยมไปเที่ยวกันมากมาย และที่ลัดดาแลนด์นั้น ก็มีหมู่บ้านที่สไตล์ค่อนข้างหรูหรา เหมาะกับบรรดาเศรษฐีที่ชื่อไว้เป็นบ้านพักตากอากาศในสมัยนั้น

  จากหมู่บ้านสุดหรู กลับกลายมาเป็นหมู่บ้านที่ไม่มีใครอยากจะอยู่ เรื่องมันเริ่มจากเหตุการณ์ที่ว่า มีบ้านหลังหนึ่งถูกโจรปล้นบ้านและฆ่าตายยกครัว แต่ทว่า วิญญาณของครอบครัวนั้นกลับไม่ไปไหน แต่วนเวียนปรากกหายให้เพื่อนบ้านได้เห็นกันบ่อยๆ บางครั้งก็ได้ยินเสียงร้องของความช่วยเหลือ บางครั้งก็ได้ยินเสียงหัวเราะ แต่ที่หนักที่สุดคือ บางคืนอาจได้เห็นสมาชิกทุกคนที่เคยอยู่ในบ้านหลังนี้ออกมารดน้ำต้นไม้ยามวิกาล   ทำให้เพื่อนบ้านทยอยย้ายออกไปจนเหลือบ้านที่มีคนอยู่อาศัยเพียงแค่ 3 หลังเท่านั้น   เรื่องราวความเฮี้ยนของลัดดาแลนด์ยังไม่จบ เมื่อมีเหตุการณ์อีกเหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้นกับบ้านของคนที่ยังไม่ย้ายไปไหน  บ้านหลังนั้นคือบ้านของเศรษฐีฝรั่งคนหนึ่งที่จะบินกลับมาจากบ้านเกิดตัวเองเฉพาะฤดูหนาวเท่านั้น ทำให้เขาต้องจ้างเด็กสาวชาวพม่าดูแลบ้าน แต่โชคร้าย เมื่อมีโจรมาปล้นบ้าน และฆ่าเด็กสาวหมกทิ้งไว้ที่ห้องเก็บของใต้บันได กว่าตำรวจจะหาศพเจอก็ผ่านไป 2 เดือนแล้ว ซึ่งสาเหตุที่ตำรวจและคนข้างบ้านรู้ว่าเกิดเหตุอะไรกับบ้านหลังนี้เกิดจากได้กลิ่นเหม็นโชยมาจากในบ้าน ทั้งๆที่เพื่อนบ้านยังเห็นสาวใช้พม่าทำความสะอาดบ้านและรดน้ำต้นไม้ปกติ แต่เมื่อพบว่าจริงว่าเด็กสาวตายไปนานแล้ว พวกเขาจึงรีบย้ายหนีออกไปจนหมด จึงปิดตำนานหมู่บ้านสุดหรู กลายเป็นสถานที่สุดเฮี้ยนที่ท้าให้คนมาลองดี